เรื่องของเรื่องก็คือ

อยากเขียนอะไรส่งท้าย june write

แต่นึกอะไรไม่ออก เลยไปนั่งขุดคุ้ยดูของเก่าๆที่draftไว้

 

เกี่ยวกับประโยคที่ใช้เวลารับโทรศัพท์ค่ะ

 

คือถ้าเป็นสมัยก่อน ตอนอยู่บ้านตัวเอง(ตอนนี้มาเรียนเลยอยู่หอ)

ตั้งแต่จำความได้ก็มีโทรศัพท์บ้าน ตอนนั้นเป็นรุ่นที่หูโทรศัพท์ใหญ่และหนักปานดัมเบลมาตรฐาน ใช้งานช่างยากเย็น และไม่โชว์เบอร์ มันเป็นรุ่นโบราณบุกเบิก จำได้ว่าเครื่องที่พันใช้ตอนนั้นยังเป็นแบบ "หมุนหมายเลข" อยุ่เลยนะ คนในบ้านเรียกมันว่า "คุณเก่า"

ที่บ้านจะชอบตั้งชื่อเรียกให้สิ่งของเครื่องใช้ตลอดจนข้าวของกะปิน้ำปลาให้ฟังดูโมเอ้~ เซ็กซี่ วู้ฮู่ วิริศมาหรา ตามแต่อารมณ์คนบัญญัติศัพท์ช่วงนั้น คุณย่าบอกว่า "มันจรรโลงหูกว่า ฟังดูน่าสนใจ ได้บริหารสมองเป็นอย่างยิ่ง(ต้องคอยใช้ไหวพริบขบคิดว่า ไอ้ชื่อที่พูดถึงนี่มันคืออะไรกันนะ~)" ฟังดูเหมือนเป็นคำขวัญ ><

เช่น

โทรศัพท์แก่ๆเรียกว่า คุณเก่า

รถยนต์เก่าๆเรียกว่า คุณแก่ มันอายุมากกว่าเราอีก มีอาการหลงๆลืมๆอัลไซเมอร์บ้างเป็นบางครั้ง ชอบดื้อกับเจ้าของ งอแงและกินน้ำมัน เวลาวิ่งจะได้ยินเสียงแอ็กๆๆๆ(มันเป็นรถเก๋งนะ ไม่ใช่อีแต๋น แต่มันร้องด้วยสังขารของมันนั่นแหละ) พอเริ่มได้ยินเสียงแบบนี้ พ่อก็จะบอกว่าเป็นเสียงคุณแก่กำลัง "ซดน้ำมัน" ซดกันแบบลืมตายมากๆ เข็มน้ำมันตกเร็วโคตรๆ เลยตัดใจขายไปแล้ว (คนที่ซื้อไปก็เอาไปศัลยกรรมใหม่ซะจนเกือบจำไม่ได้....แต่ก็เห็นมาเล่าให้ฟังว่า คุณแก่ก็ยังงอแงส่งเสียงแอ็กๆๆอยู่เหมือนเดิม)

มีวิทยุวัยดึกดำบรรพ์เรียกว่า คุณกึก เวลาเปิดแล้วหมุนหาคลื่น ต้องใช้แรงมหาศาลในการหมุน(ราวกับฝึกวิทยายุธ) เวลาเข็มมันเลื่อนไปแต่ละครั้งจะดีงกึกๆ เสียงตอนเปิดเพลงเบาบ้างดังบ้างตามอารมณ์(ของมัน) ทั้งๆทีไม่ได้ขยับแตะต้องอะไรมัน ในเพลงเดียวนั้น คุณกึกสามารถปรับvolumeให้อัตโนมัติได้(ซึ่งบางครั้งก็ไม่ได้ต้องการ แต่ไปขัดมันไม่ได้ สุ้แรงไม่ไหว ปัจจุบันเลยเปิดค้างไว้คลื่นเดียว) มันอายุมากแล้ว ทุกวันนี้ยังใช้การได้ดีอยู่นะ จะมีอาการหลอนติดๆดับ จุ่ๆก็ดังขึ้นมาเองบ้างเป็นบางครั้ง คนที่บ้านพยายามทำใจคิดในแง่ดีว่าไฟมันคงค้างอยู่ในเครื่อง)

แล้วก็โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง ได้ใช้หลังจากปลดระวาง'คุณเก่า'ไปแล้ว มันก็ยังเป็นรุ่นหูหนักยกยากวางยากเหมือนเดิม แต่เป็นระบบปุ่มกดแล้ว แม่เรียกมันว่า คุณกริ่ง เนื่องจากเสียงสายเข้ามันเหมือนกริ่งบอกเวลาเรียนมากๆ(และดังมากๆ นั่งๆอยุ่ถ้ามันดังขึ้นมาก็สะดุ้งทุกที) คุณกริ่งเป็นโทรศัพท์บ้านที่มีช่องหยอดเหรียญด้วยล่ะ เวลาจะโทรก็ต้องหยอดเหรียญ...ทั้งๆที่เป็นโทรศัพท์ในบ้านตัวเองเนี่ย?!?

 

เข้าเรื่อง

เวลามีคนโทรมา เราก็จะรับว่า "สวัสดีค่ะ" (ทำเสียงแบบฟังดูเป็นทางการด้วยนะ อารมณ์ประมาณ "สวัสดีค่ะ บ้านดงผู้ดีค่ะ จะเรียนสายถึงใครคะ? ขอโทษค่ะ คุณหญิงแม่ไปร่วมงานเปิดตัวอัลบัมใหม่ของเพื่อนที่แพรีสสส~")

เพราะในยุคนั้น เรารู้สึกว่าโทรศัพท์เป็นอะไรที่...จะว่าไงดี คือคนสมัยนั้นเขายังไม่ค่อยจะมีกันน่ะ แล้วคนที่โทรมาเนี่ย ต้อง "มีธุระ" ก็เลยพยายาม(หรือกระแดะ) จะทำตัวดูดีมีธุระกับชาวบ้านเขาบ้าง ต่อมาช่วงหลังๆ เป็นยุคที่ไม่ต้องมีเรื่องอะไร แค่โทรหากันเพื่อเจ๊าะแจ๊ะก็เถอะ พันก็ยังติด "สวัสดีค่ะ" อยู่ดี (เวลาโทรหาคนอื่นก็เหมือนกัน ต้องสวัสดีก่อน แล้วก็แนะนำตัว เสร็จแล้วค่อยถามถึงคนที่จะคุยด้วย .....เคยมีเพื่อนบอกว่าไม่ต้องก็ได้เพราะมือถือมันโชว์เบอร์....แต่เราติดอ่ะ โทรแล้วต้องแสดงตัว กลัวชาวบ้านไม่รุ้ว่าเราเป็นใคร 555)

แล้วทั้งบ้านก็พูดสวัสดีกันหมด เวลาน้องชายรับก็จะพูดว่า "สวัสดีครับ" (แต่เวลาพ่อรับพ่อจะพูดว่า "สวัสดีฮะ" แบบว่า มันฟังดูชิคมาก >_< แอ๊บเด็กดีอ่ะ ชอบ พยายามจะให้น้องชายพูด "สวัสดีฮะ" บ้าง เผื่อเวลาโทรหาจะรู้สึกเอ็นดูมันมากขึ้น.....มันก็ไม่พูดแฮะ)

พอรับโทรศัพท์แบบนี้มานานๆ เลยติดมาจนปัจจุบัน ตอนที่มีโทรศัพท์มือถือใช้แล้วนะ(มีใช้แล้วนะยะ!!)

ถ้าเป็นเบอร์ไม่คุ้น เบอร์ตู้ หรือเบอร์คนรู้จักก็เถอะ เวลาเผลอก็จะรับว่า "สวัสดีค่ะ" (ถ้าเพื่อนโทรมาก็จะอึ้งๆขำๆ)

 

ย้อนกลับไปเมื่อกี้ก่อน พอหลังจากยุคโบราณมาหน่อย(ถัดจากยุคคุณกริ่ง) แม่ก็เล็งเห็นว่าลูกเริ่มโตพอจะใช้งานได้ เลยได้รับความไว้วางใจให้รับโทรศัพท์ในออฟฟิศ(ชื่อว่า "หน้าบ้าน" เพราะออฟฟิศอยู่หน้าบ้าน) ประโยคที่ใช้รับก็จะเป็น "สวัสดีค่ะ (ชื่อบริษัท)ค่ะ" (ช่วงนั้นหน้าบ้านต้องรับมือโทรศัพท์โรคจิตบ่อย เพราะติดเบอร์โทรไว้หลายที่ เลยต้องเพิ่มเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวในบ้านอีกเบอร์หนึ่ง เครื่องนี้ชื่อ "หลังบ้าน" คงไม่ต้องบอกเหตุผลเรื่องชื่อ ฮ่า~ XD)

 

แล้วช่วงที่พันมีโทรศัพท์มือถือใช้แรกๆ(เมื่อประมาณปลายๆ ม.6 นี่เอง) ก็จะ....ไม่ค่อยพก คือเป็นคนtalkativeต่ำ ไม่ค่อยโทรหาใคร และไม่ค่อยมีใครโทรมาหา เลยคิดว่าไม่จำเป็น เลยไม่พก(กำลังพยายามสร้างนิสัยพกโทรศัพท์ไว้ตลอด เริ่มจะมีกิจธุระเยอะแยะ ต้องให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายจิกหัวได้ตลอด 24 ชั่วโมง)

เมื่อก่อนนะ เวลารับโทรศัพท์(มือถือ) จะไม่มองจอ สั่นปุ๊บกดรับเลย พอไม่รุ้ว่าใครโทรมาก็จะรับว่า "สวัสดีค่ะ" อยู่เหมือนเดิม

พอหลังๆมา เริ่มฉลาด(ประกอบกับโจทก์เก่าเจ้าทุกข์ใหม่เริ่มเยอะ) เลยต้องดูเบอร์ประกอบการตัดสินใจ(ฮ่า~)

เวลารับ ถ้าเป็นเพื่อนกันจะทักชื่อเพื่อนไปเลย "ว่าไง A" "Hey B" "หวัดดี C" "โย่ ว้อทแซ่บ แหม๋น" บลาๆ อะไรก็ว่าไป มากมายตามแต่ช่วงนั้นจะตีลังกาครีเอทคำออกมาทักได้

แต่เวลาคุยกับทางบ้านหรือเป็นเบอร์ไม่คุ้นก็ยัง "สวัสดีค่ะ" อยู่ดี (คำที่ติดปากไปแล้วมันเลิกยากจริงๆนะ)

 

จบเรื่องรับโทรศัพท์ 1

 

ต่อไปจะเป็นการเผาเพื่อนอีกหนึ่ง

(ประเด็นหลักของ entry อยุ่ที่นี่)

 

มีอยุ่ช่วงหนึ่ง

(ไม่ใช่ช่วงหนึ่งหรอก รุ้สึกจะเป็นทุกครั้งเวลาโทรคุยกับ "เพื่อนคนนี้" แล้วต้องรับมือคำทักทายพิสดารอยู่เสมอ)

เรื่องมันมีอยุ่ว่า

เมื่อประมาณปีที่แล้ว พันกำลังเริ่มเข้าสุ่ระบบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเดียวดายและเซ็งพี่ว้ากเป็นอย่างยิ่ง(แม้ว่าพี่ว้ากบางคนหล่อโฉดสะเดิด จะหน้าตาดี มีโทรศัพท์มือถือถ่ายรุปได้ ใส่รองเท้าผ้าใบสีเขียวตรงตามสเป็ก แต่เนื่องจากเงยมองหน้ามันไม่ได้ เห็นแต่รองเท้ากับรอยท่อไอเสียบนหน้าแข้งทุกวันก็ทำให้รู้สึกเสื่อมสมรรถภาพทางอารมณ์ไปหลายจุด) เลยกดโทรศัพท์หา "เพื่อนคนนี้"

กดโทรแล้วก็รอๆ สักพักได้ยินเสียงรับสาย

เราก็กำลังจะสวัสดีด้วยความเคยชินของเรา คุณเพื่อนก็คงทักแทรกมาก่อนทันที

"Devil May Cry?"

 

.....

..

ไอ้พันเงียบอึ้งไปสามวิฯ

ดะ...เดวิล เม คราย?

 

ตุโทรผิดไปติดบริษัทไหนรึเปล่าวะเนี่ย?!?!

ก่อนคุยดิฉันต้องบอกพาสเวิร์ดอะไรก่อนมั้ยคะ?!?!

 

 

แล้วแบบว่า น้ำเสียงคุณเพื่อนกวนทรีนมาก ทำเอาพันเห็นภาพประดุจว่า คุณเพื่อนกำลังนั่งเอนเกยเก้าอี้เอาเท้าพาดโต๊ะยกหูโทรศัพท์ "เดวิล เม คราย?"

แต่คุณก๊อบได้เหมือนมากๆเลยนะเออ?!

 

หลังจากครั้งนั้นจิกกัดตบตีเคลียร์กันดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุยกันได้ใจความว่าคุณเพื่อนกำลังระลึกความหลังกับหนุ่มลุกครึ่ง(คนครึ่งปีศาจ)คนนี้อยุ่พอดี ไอ้พันโทรไปได้จังหวะม้ากมาก~

ก็ เออ....โอเค นัดตบจบเรื่องกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่มันยังไม่เลิกค่ะ

แต่ครั้งต่อๆมามันก็ยิ่งมีวิวัฒนาการค่ะ

ทั้งยานอวกาศ ฐานทัพลับ หุ่นรบ นรก สวรรค์ บาดาลนคร อะไร นู่น นี่ นั่น ดิฉันโทรติดมาแล้วทุกที่?!

 

ครั้งต่อๆมาทนถูกกระทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ก็ต้องสรรค์หาวิชามารไปต่อกรกับมันค่ะ

 

พันโทร เพื่อนรับ "Devil Never Cry?"

เพื่อนโทร พันรับ "บริษัทรับส่งศพคุโรซากิครับ"

 

เอาเข้าไป แรงมาแรงกลับนะเฟ้ยยย~

หลังๆชักจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ อีกหน่อยเวลาไปหากันคงได้มีเคาะประตูบ้านส่งอิคิงามิล่ะนะ

 

 

 

สรุป แค่อยากเผาเพื่อน เท่านั้นแหละ....เจ้าตัวก็....รู้กันนะ ฮ่าๆๆๆ (ขอบใจสำหรับดอกดาวบลิ้งๆจ้ะ)

 

ป.ล.ใครเก็ต entry นี้แสดงว่าคุณกับเราเป็น "คนประเภทเดียวกัน" ฮ่า~

Comment

Comment:

Tweet

5555+

เคยแกล้งเพื่อนว่า เป็น ยากูซ่า มาทวงหนี กับ เพื่อนโทรมาก็แกล้งบอกโทรผิดแล้วครับ ที่นี่เป็นโรงเชือดหมูนะครับ

#6 By DeuiL on 2009-07-01 08:33

งั้นคราวหน้าชั้นจะรับแล้วบอกแกว่า "แผงขายผลไม้ในตลาดคร่ะ"

#5 By Gah-zei Yuile on 2009-07-01 01:17

ชอบคุณเก่า กร๊ากกกก

เคยรับโทรศัพท์แล้วโดนแกล้งว่าติดหนี้กับธนาคารอยู่ 7 แสน =A="

#4 By ♦•Le Papillon Noir•♦ on 2009-06-30 23:31

sad smile ไม่เก็ตเช่นกันจ๊ะ! 555+

แต่แลดูพันเป็นคนละเอียดอ่อนออกนะ , สังเกตุเรื่องพวกนี้ด้วย? wink

แหะๆ , จะบอกว่า... ขอโทษ! ที่ไม่ได้โทรไปบอกว่าจะไม่ไปไพรเวท " สุสานรถไฟ " (ป่ะ? เบญบอกมาในเอ็ม 555+)

เสียดายๆ งื้ดๆ~ จะมีรอบ 3 ป่าวจ๊ะ? 555+ * พันเตะ *

คิดถุงๆ , ไว้เจอกันนะ ชิคุๆๆๆๆ * ตื่นเต้ล * /พี่อ้อม

#3 By Berry_kei on 2009-06-30 22:03

............ รู้สึกเหมือนโดนพาดพิง...โอ้ว ชั้นออกจะคนดีศรีแผ่นดิน ไม่มี๊ ไม่มี รับอะไรแปลกๆอย่างนั้น แบบว่า หม่อมแม่ ได้ยินเดี๋ยวเสียวหุค่ะ เสียวหู

#2 By :~MarI~: World is blue on 2009-06-30 21:02

มีดักด้วย งั้นเอ้อ...ไม่นะ เค้าไม่เก็ท sad smile

#1 By บราอู1984 on 2009-06-30 18:29